1. Office 2010 เวอร์ชันพีซีและเวอร์ชันออนไลน์จะเหมือนกันไหม?
ไม่เหมือนกัน Office 2010 เวอร์ชันออนไลน์หรือที่เรียกว่า Office Web apps จะประกอบด้วยโปรแกรมประมวลผลคำ Word, โปรแกรมนำเสนองาน PowerPoint, โปรแกรมงานคำนวณ Excel และโปรแกรมกระดาษโน้ตที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้อย่าง OneNote เท่านั้น โดยฟังก์ชันการทำงานของแต่ละโปรแกรมก็ถูกจำกัดด้วย
2. บน Office 2010 เวอร์ชันออนไลน์ เราสามารถทำอะไรได้บ้าง?
Office 2010 Web apps จะทำให้คุณเปิดงานเอกสาร Word, PowerPoint, Excel และ OneNote ได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยสามารถแก้ไขเอกสารได้เล็กๆน้อยๆ ที่สำคัญคือ โปรแกรมจะอนุญาตให้ผู้ใช้หลายคนสามารถแก้ไขไฟล์ได้พร้อมกัน (เหมือนที่ Google Docs โปรแกรมสร้างงานเอกสารออนไลน์ของกูเกิลทำได้)
3. เราสามารถเซฟไฟล์ออนไลน์ด้วย Office Web apps หรือไม่?
สามารถเซฟไฟล์ออนไลน์ได้ แต่คุณต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก Windows Live Skydrive บริการเก็บข้อมูลออนไลน์ฟรีของไมโครซอฟท์ก่อน
4. Office 2010 Web apps ฟรีหรือเปล่า?
ฟรี ผู้ใช้ทุกคนที่เป็นและไม่ได้เป็นลูกค้าของไมโครซอฟท์ล้วนใช้งานโปรแกรมออฟฟิศออนไลน์ได้ฟรีโดยใช้ยูเซอร์เนมและรหัสผ่านของบริการ Windows Live
5. เป็นอย่างนี้แล้ว Office 2010 เวอร์ชันพีซีจะจำเป็นตรงไหน?
เวอร์ชันออนไลน์จะเปิดบริการเฉพาะฟังก์ชันพื้นฐานของ 4 โปรแกรมหลักในตระกูลออฟฟิศเท่านั้น ผู้ที่ต้องการใช้งานขั้นสูงจะสมใจก็ต่อเมื่อเปิดโปรแกรมเวอร์ชันพีซี
6. Office 2010 ยังมีเมนูแบบ Ribbon หรือไม่?
ยังมี แต่เป็น Ribbon ที่พัฒนาจากเวอร์ชันดั้งเดิมใน Office 2007 จุดแรกคือเวอร์ชัน 2010 จะมี Ribbon ทุกชุดโปรแกรม จากเดิมที่ Office 2007 ไม่มี Ribbon ในโปรแกรมบางตัว Ribbon เป็นส่วนหนึ่งของเมนูบาร์ที่ไมโครซอฟท์ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาคำสั่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว คำสั่งต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบเป็นกลุ่มภายใต้แท็บ แต่ละแท็บมีความสัมพันธ์กับชนิดของกิจกรรมที่ทำอยู่บนหน้าจอในขณะนั้น แต่เดิมไมโครซอฟท์ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้กำหนด Ribbon เอง แต่สำหรับเวอร์ชัน 2010 ผู้ใช้จะสามารถเพิ่ม ลบ และจัดวางเมนูบน Ribbon ได้ตามใจต้องการ
7. Word ใน Office 2010 เวอร์ชันบนพีซีมีอะไรใหม่?
หนึ่งในฟังก์ชันมากมายของ Microsoft Word 2010 คือฟังก์ชันใหม่ชื่อ Paste Preview ผู้ใช้จะสามารถพรีวิวดูรูปแบบคอนเทนท์ก่อนที่จะแทรกลงไปในเอกสาร จากเดิมที่ผู้ใช้ไม่สามารถตรวจสอบอีกครั้งว่าได้คัดลอกอะไรไปแล้ว ยังมีการพัฒนาเรื่องการตั้งค่าพิเศษสำหรับตกแต่งและแสดงข้อความ การเพิ่มความสามารถด้านการแทรกภาพสกรีนช็อตลงไปในเอกสารโดยไม่ต้องออกจากโปรแกรม Word ที่สำคัญ ไมโครซอฟท์ได้เพิ่มเครื่องมือสำหรับแก้ไขภาพ ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งภาพในเอกสารได้ดีขึ้นกว่าเดิม
8. มีอะไรใหม่ใน Outlook บน Office 2010?
Microsoft Outlook 2010 จะเพิ่มฟีเจอร์ Conversation View ลักษณะเดียวกับที่มีใน Gmail ซึ่งทำให้ผู้ใช้ในกลุ่มสามารถเชื่อมโยงอีเมลหลายฉบับเข้าด้วยกันกับหัวข้อสนทนาเดียว ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ยังเพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ใช้สร้างชอร์ตคัทสไตล์มาโครเพื่อช่วยให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเปิดให้ผู้ใช้เข้าสู่รายชื่อผู้ติดต่อใน Outlook 2010 ได้โดยตรงจากหน้า inbox และการเพิ่มเครื่องมือแปลภาษาสำหรับผู้ที่ต้องการอีกด้วย
9. แล้ว Excel ล่ะ?
นอกจากการเพิ่มฟังก์ชันการคำนวณข้อมูลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นที่สุดใน Microsoft Excel 2010 ถูกเรียกว่า Sparklines มีลักษณะเป็นแผนผังขนาดจิ๋วที่สามารถแสดงภาพภาพรวมงานเอกสารที่เปิดอยู่ได้ ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้ผู้ใช้จัดการตารางและแผนภูมิใน Excel ได้ดีขึ้น 10. มีอะไรเปลี่ยนไปใน PowerPoint ไหม?
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน PowerPoint 2010 เกี่ยวข้องกับวิดีโอ โดยผู้ใช้สามารถอิมพอร์ตวิดีโอต่างฟอร์แมตเข้ามาแก้ไขใน PowerPoint 2010 ได้ และยังสามารถเอ็กซ์พอร์ตสไลด์โชว์ที่ทำจาก PowerPoint 2010 ให้เป็นไฟล์ Windows Media ได้ด้วย นอกจากนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องลูกเล่นอื่นๆ เช่น การเพิ่มรูปแบบสไลด์โชว์แบบสามมิติ เป็นต้น
แหล่งที่มาของข้อมูล
www.microsoft.com/office/2010/
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
10 สาเหตุที่ทำให้เครื่องของคุณแฮงค์
ซีพียู
เครื่องที่แฮงบ่อย เนื่องจาก ซีพียู นี้ เกิดจากการนำเอา ซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาขายเป็นรุ่นสูงกว่าเนื่องจากซีพียูแต่ละตัว จะถูกผลิตให้ทำงานเกินมาตรฐานประมาณ 20 % อยู่แล้ว ทำให้เกิดมีพ่อค้าหัวใสเอาซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาสกรีนข้อความบนตัวซีพียูใหม่ เป็นรุ่นสูงกว่า ขายได้ในราคาสูงกว่าวิธีการแบบนี้เรียกว่า การ remark บางครั้ง ผู้ขายเครื่อง (ประกอบเครื่องขายอีกที) ก็ไม่รู้ว่าซีพียูนั้นถูก remark หรือไม่ เขาก็รับซีพียูมาเพื่อประกอบอีกทีหนึ่ง พวกนี้ เวลาเรานำเครื่องไปเคลมเขาเองก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน ก็ต้องลองเปลี่ยนชิ้นส่วนไล่ไปทีละตัว จนกว่าเครื่องจะมีอาการดีขึ้น ยังมีร้านค้าบางร้าน จะตั้งใจโกงลูกค้าเองเลยก็มี เช่น นำเอาซีพียูความเร็วต่ำมาขายเป็นซีพียูความเร็วสูง เขาจะใช้เทคนิค การ overclock ซีพียู คือจะตั้งให้ซีพียูทำงานในความถี่ที่สูงขึ้นเกินมาตรฐาน ยิ่งถ้าเป็น ซีพียูของ Intel ด้วยแล้ว overclockได้มาก อีกทั้งยังมีพัดลมติดมากับซีพียูเลย หรือ จะเป็นกล่องหุ้มไว้ถ้าเป็น Pentium II หรือ III .ถ้าเกิดลูกค้าใช้แล้วไม่เกิดปัญหาใดๆ รับรองว่าลูกค้าไม่รู้แน่ๆ ผู้ขายก็ได้กำไรไปสบาย ๆ(Celeron 300A เกือบทุกตัว สามารถ overclock
พัดลมซีพียู
พัดลมก็สามารถเป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้เหมือนกัน พัดลมที่เป่าตัวซีพียู ถ้าเป็น ซีพียู ของ Intel ก็คงไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะมีพัดลมติดมากับตัดซีพียูเลย แกะออกยาก แต่ถ้าเป็นของค่ายอื่น เช่น AMD หรือ Cyrix พัดลมจะต้องติดแยกต่างหาก พัดลมที่ทางร้านค้าติดมาหรือที่เราซื้อแยกมาต่างหากถ้าเป็นพัดลมคุณภาพต่ำ หรือเป็นพัดลมตัวเล็ก ไม่เพียงพอความต้องการของซีพียู ก็จะทำให้ซีพียูเกิดความร้อนสูงเกินไป จนทำให้เครื่องแฮงได้ ถ้าแน่ใจว่าพัดลมตัวใหญ่พอ สาเหตุอาจเกิดจากพัดลมเสีย คือ หมุนบ้างไม่หมุนบ้าง หรือไม่หมุนเลย แบบนี้ ซื้อตัวใหม่เปลี่ยนได้เลยถ้าซื้อใหม่ ควรซื้อพัดลมที่มีตัววัดรอบการหมุนของใบพัดด้วย เราจะได้ตรวจเช็คได้โดยทาง software หรือ ทาง bios โดยไม่ต้องเปิดฝาเครื่องดู
เพาเวอร์ซัพพลาย
หลายคนคงหาสาเหตุการแฮงไม่เจอ เปลี่ยนชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนดูแล้ว ฟอร์แมต ลงโปรแกรมใหม่ก็แล้วเครื่องก็ยังแฮงอยู่เรื่อย ใครจะรู้ อีกสาเหตุหนึ่งมาจากตัวเพาเวอร์ซัพพลายนี่แหละครับถ้าเพาเวอร์ซัพพลายไม่ดี คือ จ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ จ่ายไฟขาดบ้าง เกินบ้าง ไม่ใช้แค่เครื่องแฮงครับชิ้นส่วนบางชิ้น หรือทุกชิ้น อาจพังได้ ต้องระวังให้ดี เราสามารถเช็คกระแสไฟได้จาก bios หรือจาก software เช่น Motherboard Monitor คอยหมั่นเช็คก็ดีครับ แต่ถ้าเจอแบบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหละก็ คงเช็คยาก ลงทุนเปลี่ยนตัวใหม่ก็ดีครับ ตัดปัญหา เพาเวอร์ตัวหนึ่ง ถ้าเป็น AT ไม่เกิน 500 บาทหรอกครับ ถ้าเป็น ATX ก็ไม่น่าเกิน 800 บาท (แบบมาตรฐาน)
ฮาร์ดดิสค์
อีกสาเหตุหนึ่งก็ตัว ฮาร์ดดิสค์ นี่แหละครับ คือ อาการ bad sectorที่เกิดขึ้นแบบจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสค์ เราสามารถตรวจเช็คได้ง่าย โดยการใช้ scandisk ของตัว Windows นี่แหละครับ เลือก option : Thorough ถ้าเจอ bad sector จริง ก็รีบ mark ตัว bad sector ไว้เพื่อไม่ให้เครื่องเข้าถึงข้อมูลใน sector นั้นอีก ถ้าตัวฮาร์ดดิสค์ยังอยู่ในประกัน (3-5 ปี) เอาไปเคลมเลยครับ อย่ารอช้า ถ้าหมดประกันแล้ว ก็ต้องทนใช้ไปครับ ถ้า mark bad sector แล้วก็ใช้ได้ดีครับ แค่ทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลลดลงไปเท่านั้น ถ้ายังไม่พอใจ ซื้อใหม่เลย (อีกแล้ว)
หน่วยความจำ
หน่วยความจำ หรือ แรม นี้มีต่อมากกับการแฮงของระบบ ถ้าเป็นแรมคุณภาพต่ำ รับรอง ใช้ไปแฮงไป ถ้าพบว่า แรมเป็นสาเหตุ รีบนำไปเปลี่ยนกับร้านที่ซื้อมาครับ ก่อนจะหมดประกัน แล้วทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี บางครั้ง สาเหตุไม่ได้เกิดจากแรมไม่ดี แต่ว่าเป็นการติดตั้งครับ คือ ถ้าเราเสียบแรมไม่เข้าล็อคของมันก็เป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้ เราจะสังเกตุได้จาก บางครั้งเครื่องจะ detect แรมผิดพลาดบางทีเจอแค่แผงเดียว ถ้าเกิดมีแผงเดียวอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เครื่อง detect แรมไม่เจอเลย แบบนี้ boot ไม่ขึ้นเลยครับ เวลาเสียบ ต้องเสียบให้เข้าล็อคครับ กดลงไปลึก ๆ จนขาทั้งสองข้างของตัวรับสามารถพับขึ้นมาล็อคตัวแรมได้ เวลาเสียบระวังหักนะครับ จับมั่นๆ เอาไว้
เมนบอร์ด
อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือตัวเมนบอร์ดเองครับ ถ้าเป็นเมนบอร์ดคุณภาพต่ำ ราคาถูก อาจเป็นสาเหตุได้ปัญหานี้ตรวจเช็คได้ยากครับ คงต้องยกไปที่ร้าน ให้ลองเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ ดู ถึงจะพบปัญหานี้ได้ ถ้าสาเหตุเป็นที่เมนบอร์ดจริง ก็คงแย่หน่อย เพราะทางร้านจะส่งซ่อม แทนที่จะเคลมอันใหม่ให้ต้องรอนานอย่างน้อยเป็นเดือนหรือมากกว่านั้นครับ ยกเว้น เพิ่งซื้อไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ อาจได้เปลี่ยนเป็นของใหม่ทันที ต้องแล้วแต่ร้านที่ซื้อมาแล้วครับ
ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ต่าง ๆ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ที่พบบ่อยๆ จะเป็นการเข้ากันไม่ได้ของเมนบอร์ดกับการ์ดแสดงผล เมนบอร์ดกับแรม จะมีบ้างคือเมนบอร์ดกับฮาร์ดดิสค์ อุปกรณ์แต่ละตัว ไม่มีตัวไหนเสียหรือรวน ทุกตัวใช้การได้ดีหมด เพียงแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าพบปัญหานี้ลองค้นข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในอินเตอร์เนท อาจจะมี patch ออกมาแก้ไขปัญหาได้ ถ้าไม่มีคงต้องปรึกษากับร้านที่คุณซื้ออุปกรณ์มา อธิบายปัญหาให้เขาฟังเพื่อจะขอเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ๆ เป็นตัวอื่นที่ไม่มีปัญหา
ไวรัส
อาการแฮงจากไวรัสนี้ แม้จะสร้างปัญหามาก แต่สามารถตรวจพบ และ แก้ไข ปัญหาได้ง่าย ขอเพียงหมั่นตรวจเช็คเจ้าวายร้าย ไวรัส ให้สม่ำเสมอ ปัญหานี้จะหมดไป
Driver
ถ้าคุณลง driver ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ รับรองเกิดปัญหาแน่ ซึ่งอาจทำให้เครื่องแฮงได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ฉะนั้น เราจะต้องระวังปัญหานี้ไว้ด้วย สามารถตรวจเช็คว่าได้ลง driver ไว้ตรงตามรุ่นหรือไม่ โดยการ คลิกขวาที่ My Computer เลือก Property แล้วเลือก Device Manager อีกที ถ้าอุปกรณ์ใดที่มีเครื่องหมายตกใจ (!) ให้รีบแก้ไข driver ใหม่ให้ตรงตามรุ่นที่มีอยู่
ตัวเราเอง
ฟังดูแล้วบางคนอาจจะหัวเราะเยาะว่า ใครจะบ้าจะทำให้เครื่องตัวเองแฮงบ่อย สร้างปัญหาให้กับตัวเอง จริง ๆ แล้ว พวกเราอาจจะไม่ตั้งใจทำก็ได้ อาจเกิดจากความไม่รู้ ความสะเพร่า หรือความรีบร้อน เราอาจจะอยากกำจัด file ที่คิดว่าไม่สำคัญออกจากฮาร์ดดิสค์โดยการลบทิ้ง แต่แท้จริง file นั้นสำคัญมาก ถ้า file นั้นเสียหาย หรือ หายไป จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของโปรแกรมได้ บางคนอาจจะรีบร้อนปิดเครื่องโดยที่ไม่สั่ง shutdown เสียก่อน file ต่างๆ ที่ load ไว้ยังไม่ถึงสั่งปิดอย่าถูกวิธี ทำให้ file นั้น ๆ เสียหายได้และทำให้เครื่องแฮงได้ ฉะนั้น ทางแก้ไขคือ เราจะต้องศึกษาการใช้โปรแกรมนั้น ๆ เสียก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้แบบผิด ๆ ถูก ๆ สร้างปัญหาให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
แหล่งที่มาของข้อมูล
ที่มา http://variety.teenee.com/
เครื่องที่แฮงบ่อย เนื่องจาก ซีพียู นี้ เกิดจากการนำเอา ซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาขายเป็นรุ่นสูงกว่าเนื่องจากซีพียูแต่ละตัว จะถูกผลิตให้ทำงานเกินมาตรฐานประมาณ 20 % อยู่แล้ว ทำให้เกิดมีพ่อค้าหัวใสเอาซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาสกรีนข้อความบนตัวซีพียูใหม่ เป็นรุ่นสูงกว่า ขายได้ในราคาสูงกว่าวิธีการแบบนี้เรียกว่า การ remark บางครั้ง ผู้ขายเครื่อง (ประกอบเครื่องขายอีกที) ก็ไม่รู้ว่าซีพียูนั้นถูก remark หรือไม่ เขาก็รับซีพียูมาเพื่อประกอบอีกทีหนึ่ง พวกนี้ เวลาเรานำเครื่องไปเคลมเขาเองก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน ก็ต้องลองเปลี่ยนชิ้นส่วนไล่ไปทีละตัว จนกว่าเครื่องจะมีอาการดีขึ้น ยังมีร้านค้าบางร้าน จะตั้งใจโกงลูกค้าเองเลยก็มี เช่น นำเอาซีพียูความเร็วต่ำมาขายเป็นซีพียูความเร็วสูง เขาจะใช้เทคนิค การ overclock ซีพียู คือจะตั้งให้ซีพียูทำงานในความถี่ที่สูงขึ้นเกินมาตรฐาน ยิ่งถ้าเป็น ซีพียูของ Intel ด้วยแล้ว overclockได้มาก อีกทั้งยังมีพัดลมติดมากับซีพียูเลย หรือ จะเป็นกล่องหุ้มไว้ถ้าเป็น Pentium II หรือ III .ถ้าเกิดลูกค้าใช้แล้วไม่เกิดปัญหาใดๆ รับรองว่าลูกค้าไม่รู้แน่ๆ ผู้ขายก็ได้กำไรไปสบาย ๆ(Celeron 300A เกือบทุกตัว สามารถ overclock
พัดลมซีพียู
พัดลมก็สามารถเป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้เหมือนกัน พัดลมที่เป่าตัวซีพียู ถ้าเป็น ซีพียู ของ Intel ก็คงไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะมีพัดลมติดมากับตัดซีพียูเลย แกะออกยาก แต่ถ้าเป็นของค่ายอื่น เช่น AMD หรือ Cyrix พัดลมจะต้องติดแยกต่างหาก พัดลมที่ทางร้านค้าติดมาหรือที่เราซื้อแยกมาต่างหากถ้าเป็นพัดลมคุณภาพต่ำ หรือเป็นพัดลมตัวเล็ก ไม่เพียงพอความต้องการของซีพียู ก็จะทำให้ซีพียูเกิดความร้อนสูงเกินไป จนทำให้เครื่องแฮงได้ ถ้าแน่ใจว่าพัดลมตัวใหญ่พอ สาเหตุอาจเกิดจากพัดลมเสีย คือ หมุนบ้างไม่หมุนบ้าง หรือไม่หมุนเลย แบบนี้ ซื้อตัวใหม่เปลี่ยนได้เลยถ้าซื้อใหม่ ควรซื้อพัดลมที่มีตัววัดรอบการหมุนของใบพัดด้วย เราจะได้ตรวจเช็คได้โดยทาง software หรือ ทาง bios โดยไม่ต้องเปิดฝาเครื่องดู
เพาเวอร์ซัพพลาย
หลายคนคงหาสาเหตุการแฮงไม่เจอ เปลี่ยนชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนดูแล้ว ฟอร์แมต ลงโปรแกรมใหม่ก็แล้วเครื่องก็ยังแฮงอยู่เรื่อย ใครจะรู้ อีกสาเหตุหนึ่งมาจากตัวเพาเวอร์ซัพพลายนี่แหละครับถ้าเพาเวอร์ซัพพลายไม่ดี คือ จ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ จ่ายไฟขาดบ้าง เกินบ้าง ไม่ใช้แค่เครื่องแฮงครับชิ้นส่วนบางชิ้น หรือทุกชิ้น อาจพังได้ ต้องระวังให้ดี เราสามารถเช็คกระแสไฟได้จาก bios หรือจาก software เช่น Motherboard Monitor คอยหมั่นเช็คก็ดีครับ แต่ถ้าเจอแบบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหละก็ คงเช็คยาก ลงทุนเปลี่ยนตัวใหม่ก็ดีครับ ตัดปัญหา เพาเวอร์ตัวหนึ่ง ถ้าเป็น AT ไม่เกิน 500 บาทหรอกครับ ถ้าเป็น ATX ก็ไม่น่าเกิน 800 บาท (แบบมาตรฐาน)
ฮาร์ดดิสค์
อีกสาเหตุหนึ่งก็ตัว ฮาร์ดดิสค์ นี่แหละครับ คือ อาการ bad sectorที่เกิดขึ้นแบบจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสค์ เราสามารถตรวจเช็คได้ง่าย โดยการใช้ scandisk ของตัว Windows นี่แหละครับ เลือก option : Thorough ถ้าเจอ bad sector จริง ก็รีบ mark ตัว bad sector ไว้เพื่อไม่ให้เครื่องเข้าถึงข้อมูลใน sector นั้นอีก ถ้าตัวฮาร์ดดิสค์ยังอยู่ในประกัน (3-5 ปี) เอาไปเคลมเลยครับ อย่ารอช้า ถ้าหมดประกันแล้ว ก็ต้องทนใช้ไปครับ ถ้า mark bad sector แล้วก็ใช้ได้ดีครับ แค่ทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลลดลงไปเท่านั้น ถ้ายังไม่พอใจ ซื้อใหม่เลย (อีกแล้ว)
หน่วยความจำ
หน่วยความจำ หรือ แรม นี้มีต่อมากกับการแฮงของระบบ ถ้าเป็นแรมคุณภาพต่ำ รับรอง ใช้ไปแฮงไป ถ้าพบว่า แรมเป็นสาเหตุ รีบนำไปเปลี่ยนกับร้านที่ซื้อมาครับ ก่อนจะหมดประกัน แล้วทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี บางครั้ง สาเหตุไม่ได้เกิดจากแรมไม่ดี แต่ว่าเป็นการติดตั้งครับ คือ ถ้าเราเสียบแรมไม่เข้าล็อคของมันก็เป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้ เราจะสังเกตุได้จาก บางครั้งเครื่องจะ detect แรมผิดพลาดบางทีเจอแค่แผงเดียว ถ้าเกิดมีแผงเดียวอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เครื่อง detect แรมไม่เจอเลย แบบนี้ boot ไม่ขึ้นเลยครับ เวลาเสียบ ต้องเสียบให้เข้าล็อคครับ กดลงไปลึก ๆ จนขาทั้งสองข้างของตัวรับสามารถพับขึ้นมาล็อคตัวแรมได้ เวลาเสียบระวังหักนะครับ จับมั่นๆ เอาไว้
เมนบอร์ด
อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือตัวเมนบอร์ดเองครับ ถ้าเป็นเมนบอร์ดคุณภาพต่ำ ราคาถูก อาจเป็นสาเหตุได้ปัญหานี้ตรวจเช็คได้ยากครับ คงต้องยกไปที่ร้าน ให้ลองเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ ดู ถึงจะพบปัญหานี้ได้ ถ้าสาเหตุเป็นที่เมนบอร์ดจริง ก็คงแย่หน่อย เพราะทางร้านจะส่งซ่อม แทนที่จะเคลมอันใหม่ให้ต้องรอนานอย่างน้อยเป็นเดือนหรือมากกว่านั้นครับ ยกเว้น เพิ่งซื้อไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ อาจได้เปลี่ยนเป็นของใหม่ทันที ต้องแล้วแต่ร้านที่ซื้อมาแล้วครับ
ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ต่าง ๆ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ที่พบบ่อยๆ จะเป็นการเข้ากันไม่ได้ของเมนบอร์ดกับการ์ดแสดงผล เมนบอร์ดกับแรม จะมีบ้างคือเมนบอร์ดกับฮาร์ดดิสค์ อุปกรณ์แต่ละตัว ไม่มีตัวไหนเสียหรือรวน ทุกตัวใช้การได้ดีหมด เพียงแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าพบปัญหานี้ลองค้นข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในอินเตอร์เนท อาจจะมี patch ออกมาแก้ไขปัญหาได้ ถ้าไม่มีคงต้องปรึกษากับร้านที่คุณซื้ออุปกรณ์มา อธิบายปัญหาให้เขาฟังเพื่อจะขอเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ๆ เป็นตัวอื่นที่ไม่มีปัญหา
ไวรัส
อาการแฮงจากไวรัสนี้ แม้จะสร้างปัญหามาก แต่สามารถตรวจพบ และ แก้ไข ปัญหาได้ง่าย ขอเพียงหมั่นตรวจเช็คเจ้าวายร้าย ไวรัส ให้สม่ำเสมอ ปัญหานี้จะหมดไป
Driver
ถ้าคุณลง driver ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ รับรองเกิดปัญหาแน่ ซึ่งอาจทำให้เครื่องแฮงได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ฉะนั้น เราจะต้องระวังปัญหานี้ไว้ด้วย สามารถตรวจเช็คว่าได้ลง driver ไว้ตรงตามรุ่นหรือไม่ โดยการ คลิกขวาที่ My Computer เลือก Property แล้วเลือก Device Manager อีกที ถ้าอุปกรณ์ใดที่มีเครื่องหมายตกใจ (!) ให้รีบแก้ไข driver ใหม่ให้ตรงตามรุ่นที่มีอยู่
ตัวเราเอง
ฟังดูแล้วบางคนอาจจะหัวเราะเยาะว่า ใครจะบ้าจะทำให้เครื่องตัวเองแฮงบ่อย สร้างปัญหาให้กับตัวเอง จริง ๆ แล้ว พวกเราอาจจะไม่ตั้งใจทำก็ได้ อาจเกิดจากความไม่รู้ ความสะเพร่า หรือความรีบร้อน เราอาจจะอยากกำจัด file ที่คิดว่าไม่สำคัญออกจากฮาร์ดดิสค์โดยการลบทิ้ง แต่แท้จริง file นั้นสำคัญมาก ถ้า file นั้นเสียหาย หรือ หายไป จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของโปรแกรมได้ บางคนอาจจะรีบร้อนปิดเครื่องโดยที่ไม่สั่ง shutdown เสียก่อน file ต่างๆ ที่ load ไว้ยังไม่ถึงสั่งปิดอย่าถูกวิธี ทำให้ file นั้น ๆ เสียหายได้และทำให้เครื่องแฮงได้ ฉะนั้น ทางแก้ไขคือ เราจะต้องศึกษาการใช้โปรแกรมนั้น ๆ เสียก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้แบบผิด ๆ ถูก ๆ สร้างปัญหาให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
แหล่งที่มาของข้อมูล
ที่มา http://variety.teenee.com/
ขั้นตอนและรายละเอียดการใช้งานเมนูต่างๆ
ขั้นตอนและรายละเอียดการใช้งานเมนูต่างๆ
1. ให้เราทำการรีสตาร์ทเครื่องใหม่ ในขณะเริ่มขั้นตอนของการบูตให้กดปุ่ม F8 ย้ำๆไว้ และจะพบกับหน้าจอ Advanced Boot Options
2. ใช้ปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดสำหรับเลื่อนขึ้น-ลง สำหรับเลือกตัวเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาในลักษณะต่างๆเช่น Safe Mode แล้วกด Enter เพื่อบูตเข้าวินโดวส์ในแบบ Safe Mode ซึ่งหัวข้อนี้จะโหลดเฉพาะไดร์เวอร์ของอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นเท่านั้น
3. เมนูหลักๆในหน้าต่าง Advanced Boot Options จะมีรายละเอียด ดังนี้
+ Repair Your Computer (สำหรับวินโดวส์ 7) ถ้าหากไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์แบบปกติได้ เมื่อเลือกใช้งานหัวข้อนี้ วินโดวส์จะทำการซ่อมแซมส่วนของซอฟต์แวร์ที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
+ Safe Mode เป็นการบูตเข้าสู่ระบบด้วยไฟล์และไดร์เวอร์ของอุปกรณ์พื้นฐานเท่าที่ วินโดวส์จำเป็นต้องเรียกใช้งานขึ้นมาเท่านั้น แต่ถ้าหากยังไม่สามารถบูตเข้าสู่ Safe Mode ได้ แสดงว่าวินโดวส์มีไฟล์เสียหายมาก จำเป็นต้องลงวินโดวส์ทับลงไปใหม่หรือลงวินโดวส์ใหม่
+ Safe Mode with Networking เป็นการบูตเข้าสู่ระบบเหมือนกับ Safe Mode แบบปกติ แต่จะโหลดไดร์เวอร์ของอุปกรณ์เน็ตเวิร์คอย่างเช่น การ์ดแลนขึ้นมาด้วย เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้งานเน็ตเวิร์คได้
+ Safe Mode with Command Prompt เป็นการบูตเข้าสู่ระบบเหมือนกับ Safe Mode แบบปกติ แต่จะมีรูปแบบหน้าตาแบบ Command Prompt หรือ Text Mode คือ เป็นหน้าจอดำๆจะมีก็แต่ตัวหนังสือ โดยจะแสดงเป็นบรรทัดแบบ MS-Dos โดยผู้ใช้งานมีความจำเป็นตต้องรู้จักกับคำสั่ง Dos ด้วย
+ Enable Boot Logging ให้มีการบันทึกรายละเอียดของการบูตระบบลงในไฟล์ ntbtlog.txt ภายในโฟลเดอร์ของวินโดวส์ด้วย เพื่อเก็บไว้ใช้วิเคราะห์หาข้อผิดพลาดในภายหลัง
+ Enablle VGA Mode (Enable low-resolution video) เป็นการบูตเข้าสู่ระบบโดยที่มีการแสดงผลกราฟิคในแบบ VGA Mode (ใช้แก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับไดร์เวอร์หรือการตั้งค่าการทำงานที่ผิดพลาดของการ์ดจอได้
+ Last Known Good Configuration (Advanced) จะเป็นการบูตเข้าสู่ระบบโดยให้มีการเรียกใช้ค่าเดิมที่เคยใช้งานได้ในครั้ง หลังสุดก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาให้กลับมาใช้งานใหม่ เช่น การลงไดร์เวอร์ผิดรุ่นให้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆจนเกิดจอฟ้า (Blue Screen)
+ Start Windows Normally เป็นการบูตเข้าสู่ระบบวินโดวส์ด้วยวิธีการปกติ
แลหล่งอ้างอิงข้อมูล
http://www.google.com/
เครดิต http://www.varietypc.net/main/archives/2071
1. ให้เราทำการรีสตาร์ทเครื่องใหม่ ในขณะเริ่มขั้นตอนของการบูตให้กดปุ่ม F8 ย้ำๆไว้ และจะพบกับหน้าจอ Advanced Boot Options
2. ใช้ปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดสำหรับเลื่อนขึ้น-ลง สำหรับเลือกตัวเลือกเพื่อแก้ไขปัญหาในลักษณะต่างๆเช่น Safe Mode แล้วกด Enter เพื่อบูตเข้าวินโดวส์ในแบบ Safe Mode ซึ่งหัวข้อนี้จะโหลดเฉพาะไดร์เวอร์ของอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นเท่านั้น
3. เมนูหลักๆในหน้าต่าง Advanced Boot Options จะมีรายละเอียด ดังนี้
+ Repair Your Computer (สำหรับวินโดวส์ 7) ถ้าหากไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์แบบปกติได้ เมื่อเลือกใช้งานหัวข้อนี้ วินโดวส์จะทำการซ่อมแซมส่วนของซอฟต์แวร์ที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
+ Safe Mode เป็นการบูตเข้าสู่ระบบด้วยไฟล์และไดร์เวอร์ของอุปกรณ์พื้นฐานเท่าที่ วินโดวส์จำเป็นต้องเรียกใช้งานขึ้นมาเท่านั้น แต่ถ้าหากยังไม่สามารถบูตเข้าสู่ Safe Mode ได้ แสดงว่าวินโดวส์มีไฟล์เสียหายมาก จำเป็นต้องลงวินโดวส์ทับลงไปใหม่หรือลงวินโดวส์ใหม่
+ Safe Mode with Networking เป็นการบูตเข้าสู่ระบบเหมือนกับ Safe Mode แบบปกติ แต่จะโหลดไดร์เวอร์ของอุปกรณ์เน็ตเวิร์คอย่างเช่น การ์ดแลนขึ้นมาด้วย เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้งานเน็ตเวิร์คได้
+ Safe Mode with Command Prompt เป็นการบูตเข้าสู่ระบบเหมือนกับ Safe Mode แบบปกติ แต่จะมีรูปแบบหน้าตาแบบ Command Prompt หรือ Text Mode คือ เป็นหน้าจอดำๆจะมีก็แต่ตัวหนังสือ โดยจะแสดงเป็นบรรทัดแบบ MS-Dos โดยผู้ใช้งานมีความจำเป็นตต้องรู้จักกับคำสั่ง Dos ด้วย
+ Enable Boot Logging ให้มีการบันทึกรายละเอียดของการบูตระบบลงในไฟล์ ntbtlog.txt ภายในโฟลเดอร์ของวินโดวส์ด้วย เพื่อเก็บไว้ใช้วิเคราะห์หาข้อผิดพลาดในภายหลัง
+ Enablle VGA Mode (Enable low-resolution video) เป็นการบูตเข้าสู่ระบบโดยที่มีการแสดงผลกราฟิคในแบบ VGA Mode (ใช้แก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับไดร์เวอร์หรือการตั้งค่าการทำงานที่ผิดพลาดของการ์ดจอได้
+ Last Known Good Configuration (Advanced) จะเป็นการบูตเข้าสู่ระบบโดยให้มีการเรียกใช้ค่าเดิมที่เคยใช้งานได้ในครั้ง หลังสุดก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาให้กลับมาใช้งานใหม่ เช่น การลงไดร์เวอร์ผิดรุ่นให้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆจนเกิดจอฟ้า (Blue Screen)
+ Start Windows Normally เป็นการบูตเข้าสู่ระบบวินโดวส์ด้วยวิธีการปกติ
แลหล่งอ้างอิงข้อมูล
http://www.google.com/
เครดิต http://www.varietypc.net/main/archives/2071
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
